The Secret
posted on 11 May 2008 17:08 by bowajung in Free
อ่า วันนี้ก็มีโอกาสได้มานำเสนอ หนังสือ "The Secret" กันซะทีนะคะ
หนังสือนี้ถูกแต่งขึ้นโดย "Rhonda Byrne" และถูกแปลเป็นภาษาไทยโดย "จิระนันท์ พิตรปรีชา"
ซึ่งหนังสือนี้ก็จะออกแนวธรรมะๆ จิตวิทยาๆ ค่ะ อ่านแล้วอาจจะง่วงนิดนึง แต่ดีมากๆเลยนะคะ
โบว์ก็จะสรุปมาให้ชาวเอกซ์ทีนได้อ่านบ้างนะคะ
(ขออนุญาตเผยแพร่ความลับที่ไม่น่าจะลับนี้ค่ะ)
ความลับ ก็คือ "กฎแห่งการดึงดูด" นั่นเอง
อ่านชื่อแล้วอาจจะงงๆ จริงๆแล้วมันก็มีหลักง่ายๆนิดเดียวเอง
คือว่า สิ่งที่เราดึงดูดเข้ามาในชีวิตของเรา ก็คือสิ่งที่เราคิดนั่นเอง
ทุกคนก็ย่อมอยากจะพบแต่สิ่งดีๆในชีวิตจริงไหมล่ะคะ
ดังนั้นเราก็ต้องคิดถึงแต่สิ่งที่ดีๆ คิดบวก(อย่างนาตาลี)เข้าไว้
มันดึงดูดได้จริงๆค่ะ โบว์ก็เคยใช้พลังนี้มาหลายทีแล้ว โดยไม่รู้ตัวเลย
นี่คือส่วนที่โบว์สรุปเอง เดี๋ยวเราไปดูสรุปในหนังสือจริงๆในแต่ละบทกันดีกว่านะคะ
ความลับคลี่คลาย ![]()
*ความลับอันยิ่งใหญ่ของชีวิตคือกฎแห่งการดึงดูด
* กฎแห่งการดึงดูดบอกว่า สิ่งที่เหมือนกันจะมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ดังนั้น เมื่อเราคิดอะไรซักอย่าง เรากำลังดึงดูดความคิดแบบเดียวกันเข้ามาหาตัวเรา
* ความคิดมีแรงดึงดูดเหมือนแม่เหล็ก และความคิดมีคลื่นความถี่ เวลาที่คุณคิดอะไรซักอย่าง คลื่นความคิดจะถูกส่งกระจายออกไปในเวิ้งจักรวาล และดึงดูดสิ่งที่อยู่ในคลื่นความถี่เดียวกัน แล้วทุกอย่างก็จะถูกส่งกลับมายังแหล่งต้นกำเนิด ซึ่งก็คือคุณ
* ตัวคุณเป็นเสมือนเสาส่งสัญญาณที่เป็นมนุษย์ซึ่งส่งกระจายคลื่นความคิดของคุณออกไป ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรๆในชีวิต คุณต้องเปลี่ยนคลื่นความถี่ด้วยการเปลี่ยนความคิดของคุณเอง
* อะไรก็ตามที่คุณกำลังคิดอยู่ในเวลานี้กำลังสร้างชีวิตในอนาคตของคุณ สิ่งที่คุณคิดถึงมากที่สุดและเพ่งสมาธิจดจ่อมากที่สุดจะปรากฎขึ้นเป็นชีวิตจริงของคุณ
* ความคิดของคุณจะกลายเป็นความจริงขึ้นมา
ความลับฉบับง่าย ![]()
* กฎแห่งการดึงดูดเป็นกฎธรรมชาติ ไม่เข้าใครออกใคร เช่นเดียวกับกฎแห่งแรงโน้มถ่วง
* คุณจะไม่ประสบกับเหตุการณ์ใดๆ ถ้าคุณไม่เรียกหาสิ่งนั้นๆด้วยการครุ่นคิดถึงมันอยู่เรื่อย
*
ถ้าอยากรู้ว่าตัวคุณคิดอะไรอยู่ จงถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไร
อารมณ์ความรู้สึกคือเครื่องมือชิ้นสำคัญที่บอกเราได้ทันทีว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่
* เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะรู้สึกแย่ในขณะที่กำลังคิดอะไรดีๆ
*
ความคิดของคุณเป็นตัวกำหนดคลื่นความถี่ของคุณ
และความรู้สึกของคุณจะบอกคุณในทันทีว่าคุณกำลังอยู่ในคลื่นความถี่ใด
เมื่อคุณรู้สึกแย่
คุณก็อยู่ในคลื่นความถี่ที่ดึงดูดสิ่งแย่ๆเข้ามาเพิ่มขึ้น
เมื่อคุณรู้สึกดี คุณก็มีพลังดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามาหาตัวคุณมากยิ่งขึ้น
* กุญแจลับ
อย่างเช่น ความทรงจำดีๆ ฉากธรรมชาติที่งดงาม หรือเพลงโปรดของคุณ
เปลี่ยนความรู้สึกของคุณ และเปลี่ยนคลื่นความถี่ของคุณได้ในพริบตา
* ความรู้สึกรักคือคลื่นความถี่สูงสุดที่คุณส่งออกไปได้ ยิ่งรู้สึกรักและส่งกระจายความรักออกไปมากเท่าใด คุณก็จะยิ่งมีพลังอำนาจมากขึ้นเท่านั้น
วิธีใช้ความลับ ![]()
* เช่นเดียวกับยักษ์จีนี่ในตะเกียงของอลาดิน กฎแห่งการดึงดูดจะอำนวยให้เราได้สิ่งที่ประสงค์ทุกประการ
* กระบวนการสร้างช่วยคุณสร้างสิ่งที่คุณต้องการในสามขั้นตอน : ขอ เชื่อ และรับ
* การขอสิ่งที่คุณต้องการจากจักรวาลคือโอกาสที่คุณจะให้ความกระจ่างกับตัวเองว่าคุณต้องการอะไรเมื่อจิตใจคุณกระจ่างชัดเจน
ก็เท่ากับว่าคุณได้ขอแล้ว
* การเชื่อทั้งโอยการกระทำ คำพูด และความคิด เสมือนว่าคุณได้รับสิ่งที่คุณของแล้ว
เมื่อคุณสิ่งคลื่นความถี่แห่งการได้รับสิ่งนั้นออกไป
กฎแห่งการดึงดูดก็จะเคลื่อนย้ายนำพาผู้คน เหตุการณ์ และสภาพการณ์
มาให้คุณได้รับ
* การรับ คือการรู้สึกอย่างที่คุณจะรู้สึกเมื่อความปรารถนาของคุณกลายเป็นจริง
การรู้สึกดีๆเสียแต่บัดนี้จะนำคุณเข้าไปอยู่ในคลื่นความถี่เดียวกับสิ่งที่คุณต้องการ
*
หากต้องการลดน้ำหนัก อย่ามุ่งคิดถึงแต่การลดน้ำหนัก
แต่จงรวมศูนย์ความคิดไปที่น้ำหนักที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
จงรู้สึกถึงความรู้สึกยามที่น้ำหนักตัวของคุณพอเหมาะที่สุด
แล้วคุณก็จะได้มีน้ำหนักตัวเท่านั้น
* จักรวาลไม่ต้องใช้เวลาในการนำมาซึ่งสิ่งที่คุณปรารถนา จะหนึ่งดอลลาร์หรือล้านดอลลาร์ก็ง่ายพอกัน
*
เริ่มฝึกจากสิ่งเล็กๆน้อยๆก่อน เช่น กาแฟซักถ้วย หรือที่จอดรถ
นี่เป็นวิธีง่ายๆที่จะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับการทำงานของกฎแห่งการดึงดูด
จงตั้งใจจริงจังที่จะดึงดูดอะไรสักอย่างที่เล็กๆก่อน
เมื่อคุณได้ประจักษ์ในพลังดึงดูดของตนเองแล้ว
คุณก็สามารถยกระดับขึ้นสู่การสร้างอะไรที่ใหญ่กว่านั้นได้
* สร้างวันของคุณไว้ล่วงหน้า ด้วยการคิดถึงวิถีทางที่คุณต้องการให้วันของคุณดำเนินไป แล้วคุณจะสามารถสร้างชีวิตของคุณเองได้จากความตั้งใจ
กระบวนการอันทรงพลัง ![]()
* การคาดหวังเป็นแรงดึงดูดที่ทรงอานุภาพ จงคาดหวังสิ่งที่คุณต้องการ และอย่าคาดหวังสิ่งที่คุณไม่ต้องการ
* การสำนึกรู้คุณเป็นกระบวนการสำคัญที่จะปรับพลังงานของคุณและชักนำสิ่งที่คุณต้องการมาสู่ชีวิตคุณเพิ่มขึ้น
จงสำนึกในคุณค่าของสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วคุณจะดึงดูดสิ่งๆดีมาหาตัวมากยิ่งขึ้น
* การแสดงความขอบคุณล่วงหน้าสำหรับสิ่งที่คุณต้องการ คือการเร่งผลักดันความปรารถนาของคุณ และส่งกระจายสัญญาณที่มีพลังยิ่งกว่าเดิมออกไปในห้วงจักรวาล
* การสร้างมโนภาพคือกระบวนการสร้างภาพขึ้นในใจว่าคุณกำลังสุขในกับการมีสิ่งที่คุณต้องการ
เมื่อคุณสร้างมโนภาพ คุณสรรค์สร้างความคิดอันทรงพลัง
และรู้สึกเหมือนกับคุณกำลังมีสิ่งนั้นอยู่
จากนั้นกฎแห่งการดึงดูดจะส่งสะท้อนความจริงนั้นๆกลับมายังคุณในลักษณะเดียวกับที่คุณมองเห็นภาพนั้นในใจ
* เพื่อประโยชน์ของคุณเอง จงใช้กฎแห่งการดึงดูดเป็นกิจวัตร ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว หรือเพื่ออะไรเพียงอย่างเดียว
* ทุกคืนก่อนนอนจงคิดทบทวนถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนั้น หากมีเหตุการณ์ใด หรือชั่วขณะใดที่คุณไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในรูปแบบนั้น จงนึกย้อนสร้างภาพเหตุการณ์นั้นใหม่ในใจในรูปแบบที่คุณต้องกความาร
ความลับสู่ความมั่งมี ![]()
* เมื่ออยากดึงดูดเงิน ก็ต้องรวมศูนย์ความคิดไปที่ความมั่งมี คุณไม่มีทางได้เงินเพิ่มเข้ามาในชีวิตถ้าคิดถึงแต่ความอัตคัดขัดสนเงินทอง
* วิธีที่จะช่วยได้มากคือการสร้างจินตนาการและเชื่อด้วยว่าคุณมีเงินเท่าที่ต้องการแล้ว
ลองเล่นเกมแสดงบทคนมั่งคั่งร่ำรวย
แล้วคุณจะรู้สึกกับเรื่องเงินๆทองๆดีขึ้น เมื่อคุณรู้สึกดีขึ้นนั้น
อะไรดีๆก็จะหลั่งไหลเข้ามาหาชีวิตคุณมากขึ้น
* รู้สึกมีความสุขตั้งแต่บัดนี้ นี่คือทางลัดที่สุดที่จะชักนำเงินทองเข้ามาในชีวิตคุณ
* ตั้งใจมองดูสิ่งที่คุณชอบและบอกตัวเองว่า "ฉันมีเงิน ฉันซื้อมันได้" แล้ววิธีคิดของคุณจะเปลี่ยนไป คุณจะเริ่มรู้สึกดีขึ้นกับเรื่องเงินๆทองๆ
*
ให้เงินไปเพื่อจะได้รับเงินเข้ามาในชีวิตให้มากขึ้น
เมื่อคุณใจกว้างเรื่องเงินทอง และรู้สึกดีที่ได้แบ่งปันคนอื่น
คุณกำลังประกาศว่า "ฉันมีเยอะแล้ว"
* นึกสร้างภาพเช็คที่มาในซองจดหมาย
* ปรับสมดุลแห่งความคิดไปที่ความมั่งมีศรีสุข คิดถึงความมั่งมีศรีสุข
ความลับปรับสัมพันธ์ ![]()
* ถ้าคุณต้องการดึงดูดความสัมพันธ์ในรูปแบบใดก็ตาม ต้องแน่ใจว่าทั้งความคิด คำพูด การกระทำ และสภาพแวดล้อมของคุณไม่เป็นปฏิปักษ์ขัดแย้งกับความปรารถนาของคุณ
* หน้าที่ของคุณก็คือรับผิดชอบตัวคุณเอง ถ้าคุณไม่เติมตัวเองให้เต็มก่อน คุณก็ไม่มีอะไรจะให้คนอื่น
* ปฏิบัติต่อตัวเองด้วยความรักและเคารพ แล้วคุณจะดึงดูดคนที่แสดงความรักและเคารพคุณ
*
เวลาที่คุณรู้สึกแย่กับตัวเอง
คุณกำลังปิดกั้นความรักและกำลังดึงดูดผู้คนหรือสถานการณ์ที่จะทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเองเข้ามาเรื่อยๆ
* รวมศูนย์ความคิดไปที่ข้อดีที่คุณชอบเกี่ยวกับตัวเอง แล้วกฎแห่งการดึงดูดจะทำให้คุณมองเห็นข้อดีของตัวเองมากขึ้นอีก
* ปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นด้วยการมุ่งมองแต่ข้อดีของอีกฝ่าย ไม่ใช่ข้อเสียที่คุณบ่นว่า เมื่อคุณมุ่งคิดถึงแต่ข้อดีเหล่านั้น คุณก็จะยิ่งได้พบข้อดีเพิ่มขึ้น
ความลับปรับสุขภาพ ![]()
* ปรากฏการณ์ยาหลอกเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงการทำงานของกฎแห่งการดึงดูด
เมื่อผู้ป่วยเชื่อมั่นว่ายาที่ใช้นั้นจะรักษาโรคได้
เขาก็จะได้รับสิ่งที่เขาเชื่อ และหายจากโรคจริงๆ
* "มุ่งคิดถึงแต่สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์" คือสิ่งที่เราทำได้ด้วยใจ ไม่ว่าสภาพเงื่อนไขภายนอกจะเป็นอย่างไรก็ตาม
* การหัวเราะจะดึงดูดความร่าเริงยินดี ขจัดสิ่งที่เป็นด้านลบออกไป และนำไปสู่การรักษาโรคได้อย่างปาฏิหาริย์
*
ที่โรคอยู่ในร่างกายได้ก็เพราะถูกผูกล่ามไว้ด้วยความคิด ด้วยการสังเกต
ค้นหาอาการป่วย และด้วยความสนใจที่มีต่อโรคนั้น
ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายเล็กๆน้อยๆ อย่าไปพูดถึง ยกเว้นเสียแต่คุณต้องการจะป่วยมากขึ้น
ถ้าคุณฟังคนอื่นบ่นเรื่องอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของตน
คุณก็ช่วยเพิ่มพลังให้อาการเจ็บป่วยของเขา
พยายามพลิกประเด็นสนทนาไปหาเรื่องดีๆ
และตั้งใจคิดถึงภาพคนป่วยเหล่านั้นอยู่ในภาวะสุขภาพดี
* ความเชื่อเรื่องการแก่ชราเป็นความคิดที่ฝังหัวเราทุกคน จงสลัดออกจากสำนึกของคุณและหันมารวมศูนย์ความคิดที่สุขภาพดีและความเยาว์วัยนิรันดร์
* ไม่ต้องติดตามข่าวสารเรื่องโรคและความชรา ข่าวสารด้านลบเหล่านี้ช่วยอะไรคุณไม่ได้
ความลับปรับเปลี่ยนโลก ![]()
* คุณต่อต้านสิ่งใด คุณก็จะดึงดูดสิ่งนั้น
เพราะคุณรวมศูนย์ความคิดอันแรงกล้าไปที่สิ่งนั้นด้วยอารมณ์
ถ้าจะเปลี่ยนสิ่งใด ต้องเปลี่ยนจากข้างใน
และส่งคลื่นสัญญาณใหม่ออกมาด้วยความคิดและความรู้สึกของคุณ
*
คุณช่วยโลกไม่ได้หรอกถ้าคุณมุ่งคิดถึงแต่เรื่องร้ายๆ
ขณะที่คุณจับจ้องมองแต่เหตุการณ์เลวร้ายในโลกนี้
คุณไม่เพียงช่วยเพิ่มให้เรื่องเลวร้ายมากขึ้นเท่านั้น
หากยังชักนำเรื่องเลวร้ายมาหาชีวิตคุณเองมากขึ้นด้วย
* แทนที่จะมัวคิดถึงปัญหาทั้งหลายของโลก จงหันมาสนใจและใช้พลังงานของคุณกับการไว้วางใจ ความรัก ความอุดมสมบูรณ์ การศึกษา และสันติภาพ
* เราจะไม่มีวันขาดแคลนสิ่งดีๆ เพราะว่าทุกอย่างมีมากเกินพอสำหรับทุกคน ชีวิตได้รับการสร้างมาให้มีความอุดมสมบูรณ์
*
คุณมีขีดความสามารถที่จะเข้าถึงขุมทรัพย์แห่งสิ่งดีๆได้อย่างไม่จำกัด
โดยผ่านทางความรู้สึกนึกคิดของคุณ และชักนำมันเข้ามาเป็นประสบการณ์ของคุณ
* จงสรรเสริญเจริญพรสรรพสิ่งทั้งหลายในโลก แล้วคุณจะสามารถลบล้างด้านลบ หรือความขัดแย้งเป็นปฏิปักษ์ออกไป แล้วจัดวางตนเองใหม่ในคลื่นความถี่สูงสุด ซึ่งคือความรัก
ความลับปรับตัวคุณ ![]()
*
ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพลังงาน คุณคือแม่เหล็กพลังงานแท่งหนึ่ง เพราะฉะนั้น
คุณจึงส่งพลังงานไฟฟ้าไปดึงดูดสิ่งต่างๆเข้ามาหาตัวคุณ
และใช้พลังงานไฟฟ้านำพาตัวเองไปหาทุกสิ่งที่คุณต้องการ
*
คุณเป็นสิ่งชีวิตที่มีจิตวิญญาณ คุณคือพลังงาน
และพลังงานไม่อาจถูกสร้างหรือทำลายได้ แค่เปลี่ยนรูปไปเท่านั้น
เพราะฉะนั้น สาระแก่นแท้ของคุณจึงดำรงอยู่ตลอดมาและจะดำรงอยู่ตลอดไป
* จักรวาลอุบัติขึ้นจากความคิด เราคือผู้สร้างไม่เพียงเฉพาะชะตาชีวิตของตนเองเท่านั้น หากยังสร้างชะตาชีวิตของจักรวาลด้วย
*
มีแหล่งความคิดอันไม่จำกัดสำหรับคุณ องค์ความรู้ การค้นพบ และสิ่งประดิษฐ์
ทุกอย่างมีพร้อมอยู่ในจิตจักรวาลและล้วนเป็นสิ่งที่เป็นได้
รอให้จิตมนุษย์มาดึงออกไปให้ปรากฏเท่านั้น และคุณยึดถือทุกอย่างไว้ในจิตสำนึกของคุณ
* เราทั้งผองสัมพันธ์เชื่อมโยงการ และเราล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน
* สลัดความยากลำบากจากอดีต ระเบียบวัฒนธรรม และความเชื่อในสังคม คุณเท่านั้นที่สามารถสร้างชีวิตที่คุณพึงมีพึงได้
* ทางลัดที่จะสำแดงความปรารถนาของคุณออกมาก็คือมองสิ่งที่คุณต้องการว่า นั่นคือข้อเท็จจริงโดยไม่ต้องสงสัย
* พลังอำนาจของคุณอยู่ที่ความคิดของคุณ เพราะฉะนั้นจงมีสติระลึกรู้อยู่ตลอดเวลา กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ "จำไว้ว่าต้องจำ"
ความลับปรับชีวิต ![]()
* คุณต้องเติมสิ่งที่คุณต้องการลงไปบนกระดานดำแห่งชีวิตของคุณ
* สิ่งเดียวที่คุณต้องทำก็คือ รู้สึกดี ณ บัดนี้
* คุณยิ่งใช้พลังอำนาจในตัวมากเท่าไร ก็ยิ่งดึงดูดพลังอำนาจให้เข้ามามากขึ้นเท่านั้น
* จงโอบกอดความดีงามของคุณเสียตั้งแต่บัดนี้
* เรากำลังอยู่ในยุคแห่งความรุ่งโรจน์ เมื่อเราสลัดความคิดอันจำกัดทิ้ง เราจะได้สัมผัสกับความล้ำเลิศที่แท้จริงของมนุษย์ในทุกๆด้านของการสร้างสรรค์
* ทำสิ่งที่คุณรัก ถ้าคุณไม่รู้ว่าสิ่งใดจะนำความสุขมาให้คุณ จงถามว่า "ความสุขของฉันคืออะไร" ขณะที่คุณผูกใจไว้กับความสุขใจนั้น คุณก็จะดึงดูดสิ่งที่จะนำพาความยินดีมีสุขให้เข้ามาอย่างท่วมท้น เนื่องจากคุณได้ส่งคลื่นความสุขออกไป
* ในเมื่อคุณได้เรียนรู้ความลับนี้แล้ว คุณจะเลือกทำอะไรกับความรู้นั้นก็แล้วแต่ใจคุณ สิ่งที่คุณเลือกล้วนถูกต้องทั้งสิ้น เพราะพลังอำนาจทั้งหมดเป็นของคุณ
เอาล่ะค่ะ อ่านมาแล้ว บางคนอาจจะคิดว่าเพ้อเจ้อ
แต่ไม่ค่ะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ กฎแห่งการดึงดูดมีจริงๆ
หลายๆคน รวมถึงตัวโบว์เอง อาจเคยสัมผัสกับกฎนี้มาก่อนแล้วโดยที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
ตั้งแต่ตอนเด็กๆ บางทีลืมทำการบ้านมา โบว์ก็ภาวนาให้ครูอย่าเพิ่งเรียกตรวจวันนี้เลยน๊าา
แล้วก็เป็นจริงๆ ครูไม่ตรวจ หลายทีด้วยที่เป็นอย่างนี้
เวลาไปห้างที่คนเยอะๆ อย่างเช่น เดอะมอล ท่าพระ ดิโอลด์สยาม ที่จอดรถจะหายากมากๆ
โบว์ก็จะนึกว่าต้องมีที่จอดรถสิ เราก็ได้ที่จอดรถทุกที
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะ มีน้อยครั้งมากที่ไม่ได้
ยิ่งเรื่องเตรียมฯยิ่งพิสูจน์ได้ใหญ่
โบว์คิดว่าโบว์จะต้องติดเตรียมฯให้ได้ เราต้องติด
นึกภาพตอนตัวเองใส่ชุดเตรียมฯ เราต้องภูมิใจมากๆแน่ๆเลย
ปะป๊าหม่าม้าก็ต้องดีใจ ครูก็ดีใจ เพื่อนก็ดีใจ ทุกคนที่รู้จักดีใจกะเราทุกคนเลย
แล้วโบว์ก็ติดจริงๆ
คิดอีกนัยหนึ่ง กฎแห่งการดึงดูด มันก็คงคล้ายๆกับ แรงบันดาลใจ
เมื่อเราอยากจริงๆ เราก็จะดึงดูดสิ่งเหล่านั้นเข้ามา โดยการทำอะไรซักอย่างเพื่อให้ได้สิ่งเหล่านั้นเข้ามา จริงมั้ยล่ะคะ
บางคนอาจจะคิดว่า เฮ้ยย จริงเหรออ บังเอิญอ๊ะป่าวว แต่ไม่ใช่ค่ะ เรื่องนี้จะพิสูจน์ได้
โบว์จำไม่ได้แล้วว่าเอาเรื่องนี้มาจากหน้าไหนของหนังสือ แต่โบว์ก็เล่าให้อ่านได้นะคะ
เขาเล่าให้ฟังว่า พอเขาอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว เขาก็อยากรู้ว่ามันได้ผลจริงเปล่า
ก็เลยลองนึกถึงขนนกอันหนึ่ง ซึ่งขนนกนี้ไม่ใช่ขนนกธรรมดาๆ มีสัญลักษณ์พิเศษที่เขาคิดขึ้นเอง
เขานึกถึงขนนกนี้ทุกวัน
ไม่กี่วัน ขณะที่เขาเดินอยู่หน้าตึกใหญ่ใจกลางกรุงนิวยอร์ก อะไรก็ไม่รู้ที่ดลใจให้เขาก้มลงมองที่ปลายเท้าของเขา
แล้วเขาก็พบกับขนนกนั้น !!
ขนนกพิเศษ ที่มีสัญลักษณ์นั้น
สุดยอดจริงๆ
แต่บางทีโบว์ก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจว่า มันจะเป็นการไม่รู้จักพอ ไม่พอเพียงหรือเปล่า
แต่มันก็ดีแหละถ้าดึงดูดได้จริงๆ อาชญากรรมจะลดน้อยลง ทุกคนจะมีความสุข โลกของเราจะอยู่ได้อีกนาน
(ส่วนนี้ไม่ได้สรุปมาในข้างต้น แต่ถ้าอ่านแล้วก็จะรู้ได้ค่ะ)
แต่เรื่องที่เขาว่า "การเสียสละ" เป็นความรู้สึกในแง่ลบ
เหมือนว่าถ้าเราอยากให้คนอื่นมากกว่าให้ตัวเองเป็นสิ่งไม่ดีอย่างนั้นอะ
อันนี้โบว์ไม่รู้โบว์จับใจความผิดรึเปล่า
แต่โบว์จำได้ว่าเขาบอกว่าเป็นความรู้สึกในแง่ลบแ่น่ๆ
ซึ่งโบว์ก็รู้สึกไม่เห็นด้วยอย่างแรง
มันจะเป็นการเห็นแก่ตัวไปรึเปล่า
แล้วคนที่จะเสียสละได้เนี่ย ต้องเป็นคนที่มีคุณธรรมสูงส่งมากเลยนะ ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ
แต่หันไปมองส่วนธรรมะๆจริงๆของหนังสือเล่มนี้
ก็มีีการสำนึกรู้คุณหรือการกตัญญูรู้คุณนั่นเอง โดยให้ขอบคุณสิ่งที่มีอยู่แล้ว แล้วจะพบกับความสุข ความเจริญ
ขอบคุณโลก ขอบคุณพ่อแม่ ขอบคุณโรงเรียน ขอบคุณอะไรก็ขอบคุณไปเถอะ ขอบคุณทุกอย่างที่เรามีอยู่แล้ว
อันนี้เห็นด้วยค่ะ เพราะใครๆก็สอนมาอย่างนี้ แล้วมันก็ทำให้เรารู้สึกดีจริงๆด้วย
แล้วก็มีเรื่องการให้ค่ะ ถ้าอยากรวยก็ให้บริจาคทานเยอะๆ แล้วจะได้คืนกลับมาเยอะกว่าอีก
อันนี้ก็เห็นด้วยค่ะ เคยได้ยินมาหลายทีแล้วเหมือนกัน
ก็จัดได้ว่าหนังสือนี้เป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่งเลยทีเดียว มิน่าถึงยอดขายถล่มทลายทั่วโลกอย่างนี้
ความจริงเขามี "The Top Secret" อีกเล่มนะคะเนี่ย
แต่บอกตรงๆว่า โบว์ขี้เกียจอ่านแล้วอะ เล่มนี้ก็คงได้ครบแล้วล่ะ ดึงดูดทุกอย่างที่อยากได้ได้ละ โฮะๆ
แต่ถ้าใครมีโอกาสได้อ่านก็คงดีไม่น้อยเหมือนกัน
เดี๋ยวพรุ่งนี้นี้โบว์ก็จะเปิดเทอมแล้วล่ะค่ะ
ตื่นเต้นๆ ><
เปิดเทอมคงดองบล็อกนานหน่อยนะคะ ต้องเข้าใจ
ต้องเรียนเยอะ กิจกรรมแยะ แน่ๆเลย แต่ก็สู้ๆค่ะ
ยิ่งอยู่โรงเรียนใหม่ซะด้วย แล้วโรงเรียนนั้นคือเตรียมฯอีกตะหาก
เห็นว่าเมื่อก่อนไม่ค่อยว่างแล้วนี่คงยิ่งไม่ว่างเข้าไปใหญ่
มาอัพทีก็คงเป็นเล่าประสบการณ์ซะมากกว่า
คงมีอะไรให้เล่าเยอะแยะมากมายกายกองเลยล่ะค่ะท่าน
แล้วเจอกันเอนทรี่หน้านะคะ
เปิดเทอมใหม่ตั้งใจเรียนนะคะทุกคน พี่ๆคนไหนทำงานก็สู้ต่อไปนะคะ
ขอให้ทุกคนโชคดี มีความสุขกับทางที่เลือกเดิน และอย่าลืมคิดบวกเข้าไว้นะคะ ^^
* ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่มีเวลามากพอที่จะไปเยี่ยมบล็อกของเพื่อนๆได้
* รักและคิดถึงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆชาวเอกซ์ทีน
* รักและคิดถึงโรงเรียนเก่า คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงคุณครู T^T
* รักและคิดถึงเพื่อนๆกลุ่มก๊าก ไอกี้ และแหล่งต่างๆ
* ขอบคุณทุกๆคนสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้กัน
* ขอบคุณโลกที่ให้โบว์และเพื่อนร่วมโลกได้อาศัยอยู่และมีความสุขอย่างนี้
* ขอบคุณทุกอย่างในระบบนิเวศที่ทำให้โลกยังคงอยู่ได้
* ขอบคุณที่โบว์ติดเตรียมฯและมีความสุขอย่างนี้









