ตะลุยแดนกิมจิ วันที่ 1
posted on 10 Oct 2009 21:58 by bowajung in Travelหลังจากปล่อยให้ท่านผู้อ่านรอคอยมานานแสนนาน
โบว์ก็กลับมาอัพบล็อกตามคำสัญญาซะที เย่!!
ก่อนอื่นขอบอกไว้ก่อนว่า ที่อัพเรื่องเกาหลีนี่คืออัพย้อนไปครึ่งปีนะเจ้าคะ
พูดง่ายๆก็คือว่า โบว์ไปเกาหลีตั้งแต่เดือนเมษาโน่นแล้วล่ะค่ะ
แต่ไม่มีเวลาอัพเลย(ธุรกิจรัดตัว+ขี้เ้กียจ)เพิ่งมาอัพเอาตอนนี้
ไม่ต้องห่วงเรื่องข้อมูล ไม่ลืมแน่นอนค่ะ เพราะจดไว้อย่างละเอียด เตรียมมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่าน
แต่เรื่องคำอ่านภาษาเกาหลีอาจจะเพี้ยนๆไปบ้างนะคะ เพราะฟังแล้วจดเอา
ยังไงก็ต้องขออภัยท่านผู้อ่านมาด้วย ณ ที่นี้นะคะ
ไม่พูดมากแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ!
โอ้ว ในที่สุดข้าพเจ้าก็จะได้บินลัดฟ้าออกนอกประเทศไทยเป็นครั้งแรกในชีวิต เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก
ฉันจะทนกับสภาพหูอื้อได้หรือไม่? จะเมาเครื่องบินรึเปล่า? ...ขึ้นเครื่องสักทีเถอะเดี๋ยวก็อดไปพอดี 555
เครื่องบินเที่ยวนี้ออกประมาณเกือบๆตี 2 ค่ะ
โบว์ก็มึนๆ เหมือนจะอ้วกแต่ไม่อ้วก แต่สักพักก็หาย
อาจจะเพราะเจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นได้...
โอ้ว้าว เกิดมาไม่เคยรู้ว่าบนเครื่องบินมันมีของอย่างนี้ให้เล่นด้วย
อันนี้ัมันเป็นของ Korean Air อะ ไม่รู้ว่าสายการบินอื่นมีเหมือนกันเปล่า??
แต่บอกไว้ก่อนละกันเผื่อมีใครไม่เคยเจอเหมือนกัน
มันดูหนังได้(มิสเตอร์บีนยังมี) ฟังเพลงได้(ตั้งแต่เพลงเกาหลีดั้งเดิมยันโนบอดี้) ดูแผนที่ได้ว่าอยู่ไหนแล้ว
ตอนนั้นก็หาที่เสียบหูฟังกับแม่อยู่นานกว่าจะเจอ (เป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่มากกกกกก 555)
เล่นสักพักหนึ่ง สักตี 2 กว่าๆก็ผล็อยหลับไป
ตื่นมาเจอกับแผนที่ที่เปิดค้างไว้อยู่ก่อนหลับตอนตี 4 กว่าๆ ก็เห็นว่าเลยฮ่องกงมานิดนึงแล้ว
สักพักเริ่มรู้สึกว่าปวดก้นมากกก -*-
มองไปนอกหน้าต่างก็สว่างแล้ว อยากถ่ายรูปแต่ก็ถ่ายไม่ได้เพราะไม่ได้นั่งริมหน้าต่าง T^T
พยายามจะนอนต่อแต่ก็นอนไม่หลับแล้วก็เลยนั่งดูแผนที่ไป
ตี 4 ครึ่ง เครื่องบินกำลังบินอยู่เหนือกรุงไทเป
ตี 5 กำลังบินอยู่เหนือทะเลจีนตะวันออก
สักพักก็มีน้ำมาเสิร์ฟ เป็นน้ำสัปปะรด อร่อยดี
สักพักใหญ่ก็มีอาหารมาเสิร์ฟ
หน้าตาไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะคะ ^^
หน้าสุดเลยก็เป็นออมเล็ต(อันแรกที่กินในชีวิตเลยก็ว่าได้)
ข้างๆเป็นคัพเค้ก อร่อยมากกกก
ข้างบนก็โยเกิร์ต ผลไม้ น้ำแร่
ไม่นานนักเครื่องก็ลงจอด ณ สนามบินอินชอน กรุงอินชอน ประเทศเกาหลีค่ะ
ตอนนั้นก็เป็นเวลาประมาณ 6 โมงกว่าของเมืองไทย (8 โมงกว่าของเกาหลี)
รวมใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่งค่ะ
และนี่ก็คือหน้าตาเครื่องบินที่โบว์นั่งมาค่ะ
หลังจากทุกคนในกรุ๊ปทัวร์ผ่านด่านต.ม.เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลาประมาณเกือบๆ 10 โมง
เจอดอกอะไรไม่รู้เห็นสวยดีเลยถ่ายมาให้ชมกันค่ะ
จากนั้นก็ขึ้นรถบัสสีเขียว (ที่หน้าตาเหมือนรถเมล์เมืองไทย) มุ่งหน้าไปยังท่าเรือวอลนีโด
แล้วเขาก็ขับรถขึ้นเรือทั้งคันเลยค่ะ!! แอบอึ้งกับความมหึมาของเรืออยู่เหมือนกัน
แต่พอคุณพี่ไกด์เขาบอกให้ลงรถไปสูดอากาศยามเช้า+ให้อาหารนกนางนวลได้ก็ลงจากรถหลั่นล้าไปหานกทันที
เกิดมาเพิ่งจะได้เห็นนกนางนวลระยะประชิดขนาดนี้แหละค่ะ
ก็ให้ขนมมันกิน เลือกเอาว่าจะถือขนมไว้แล้วให้มันมาจิกไปจากมือ(ซึ่งน่ากลัวมาก)
หรือจะโยนขนมให้มันบินคาบเอง(ซึ่งยังไงมันก็คาบได้อยู่แล้ว)
ซึ่งเจ้าของบล็อกก็ขอเลือกประการหลังเพื่อความปลอดภัยของมือนะคะ ฮ่าๆ
รู้ไหมว่านักนางนวลร้องด้วยนะ เสียงยังไงไม่รู้จำไม่ได้(อ้าว!?!) แต่จำได้ว่าเสียงมันน่ารักมากเลยค่ะ
สักพักเรือก็ถึงฝั่ง รถก็เคลื่อนออกจากเรือเข้าสู่ตัวเมืองอินชอน มุ่งหน้าต่อไปยัง สวนชายู
ถนนบริเวณสวนชายู สวยจนอดถ่ายรูปมาให้ท่านผู้อ่านชมไม่ได้ ><
ดอกไม้สีสันสดใสที่สวนชายูค่ะ (ข้างๆนี่ตัวอะไรอะ 555)
บรรยากาศรอบๆสวยมากกกกก
ซุ้มอะไรไม่รู้เห็นสวยดีเลยถ่ายมา ฮ่าๆ
มีรูปปั้นจอมพลแมคอาเธอร์ด้วย
หลังจากถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลินที่สวนชายูเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ก็ขึ้นรถเดินทางต่อไปยังเมืองซูวอนค่ะ
กว่าจะถึงก็เป็นเวลาอาหารเที่ยงพอดี
เลยแวะกินพุลโกกิกันค่ะ
พุลโกกิ ก็คือ หมูผัดวุ้นเส้นใส่ผัก มีน้ำซุปนิดๆขลุกขลิกๆพออร่อย (ในรูปนี้ยังไม่ได้ผัดนะคะ)
พุลโกกิตอนผัดเสร็จแล้ว คล้ายๆสุกี้เลยเนอะ น่ากินใช่ไหมล่าา
อันนี้ก็คือซอสพริกเกาหลีค่ะ เป็นซอสหนืดๆ คล้ายๆน้ำพริกบ้านเรายังไงยังงั้น
คนเกาหลีชอบเอามาคลุกข้าวกิน ลองดูแล้วก็อร่อยดีค่ะ
(ในรูปคือถ่ายตอนมันใกล้หมดแล้ว มัวแต่กินเพลินเพิ่งมานึกออกตอนหลังว่าลืมถ่าย 555)
เครื่องเคียงที่กินกับพุลโกกิค่ะ
ข้างซ้ายเป็นกิมจิ ข้างขวาเป็นยำสาหร่าย(อร่อยมากก) ข้างล่างรู้สึกจะเป็นกิมจิหัวไชเท้า
ตรงกลางเป็นพริกอะไรสักอย่าง ข้างบนไม่รู้คืออะไรค่ะ แหะๆ
ข้าวเกาหลี รูปร่างจะออกกลมๆป้อมๆ คล้ายๆข้าวญี่ปุ่น
เหนียวชนิดที่ว่าเอาตะเกียบจิ้มติดขึ้นมากินโดยไม่ต้องคีบเลย แต่ก็ไม่เหนียวถึงขั้นข้าวเหนียวบ้านเรา
กินข้าวเสร็จแล้วก็มาแวะดูเซเว่นเกาหลีซะหน่อย
สิ่งที่ได้มาจากเซเว่นก็คือ นมกล้วย ค่ะ มันก็คือนมจากกล้วยนั่นแหละค่ะ อร่อยสุดๆ >w<
จากนั้นก็ขึ้นรถ มุ่งหน้าต่อไปยังป้อมฮวาซอง ระหว่างทางเจอสะพานลอยหน้าตาน่ารักดี
ป้อมฮวาซองค่ะ เป็นป้อมที่พระราชาองค์หนึ่่งสร้างถวายเสด็จพ่อที่ถูกขังในถังข้าวสารเป็นเวลา 7 วันจนเสียชีวิต เพราะโดนกล่าวหาว่าเป็นกบฏ (คาดว่าลีซานคงเอาเค้าเรื่องมาจากนี่แหละ)
พื้นที่ของป้อมฮวาซองนี้กว้างขวางมากถึง 30 ตร.กม.ค่ะ
ก่อนจะเดินชมป้อมก็ขอเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน ตรงหน้าห้องน้ำเราก็พบกับสิ่งนี้ค่ะ
มันคือจอบอกว่าห้องน้ำว่างรึเปล่า ไฮเทคสุดๆไปเลย
(คนเกาหลีที่เห็นโบว์กำลังถ่ายรูปนี้อยู่คงคิดว่านังบ้านนอกนี่มันมาจากไหนกันเป็นแน่แท้ 555)
วิวเมืองซูวอนจากป้อมฮวาซองค่ะ มีทั้งตึกเตี้ยๆถึงตึกสูง เห็นแล้วนึกถึงฝั่งธนที่กรุงเทพฯ
ถ่ายจากช่องที่คาดว่าเขาใช้เป็นช่องขว้างอาวุธสมัยก่อนก็เท่ไปอีกแบบ
อาวุธที่ว่า ถ่ายมาไม่ค่อยชัดเท่้าไหร่ เอาเป็นว่ามันเป็นก้อนๆคล้ายๆหินอะจ้ะ
ธงเกาหลีโบราณปลิวไสวตามลมที่พัดมา
ศาลาอะไรสักอย่าง สวยมากกก (ขออภัยที่เรียกว่าศาลา ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรง่ะ)
มองจากหน้าต่างในป้อม จะเห็นเป็นนาฬิกายักษ์บนภูเขา
วิวเมืองซูวอนอีกมุมหนึ่งจากป้อมฮวาซอง เห็นโบสถ์อยู่ไกลๆด้วย
ต้นซากุระ!!!!!! มันบานแค่ 1 อาทิตย์ต่อปีเท่านั้น นับว่าโชคดีมากๆๆที่ได้ไปเกาหลีในช่วง 1 อาทิตย์นั้นพอดี
ป้อมฮวาซองแบบใกล้ๆ
หลังจากเต็มอิ่มกับการถ่ายรูปที่ป้อมฮวาซองแล้ว เราก็มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงโซล
ระหว่างทางก็หลับสบายเพราะท้องกำลังอิ่มได้ที่
ตื่นมาเจอกับภูเขากลางเืมืองพอดี
สักพักรถก็จอดให้แวะถ่ายรูปที่ อนุสาวรีย์นกฟินิกซ์ ค่ะ
นอกจากที่นี่จะมีอนุสาวรีย์ที่สวยมากๆแล้ว ยังมีตำรวจเล่นโรลเลอร์เบรดด้วย!!
เท่เกิ๊นนน แต่ก็ดีเหมือนกันนะจะได้จับคนร้ายทัน ฮ่าๆๆ
แล้วนอกจากจะมีตำรวจเล่นโรลเลอร์เบรด ก็ยังมีนกตัวกลมๆน่ารักด้วย ><
ถ่ายรูปไำปๆมาๆก็มาพบกับดอกไม้สีขาวค่ะ ถามไกด์ก็ได้ความว่ามันมีชื่อว่า เนฮวา ค่ะ
กองหินกับหุ่นไม้นั่นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อประดับนะคะ แต่มันถูกสร้างตามความเชื่อดั้งเดิมของเกาหลีค่ะ
กล้องวีดีโอก็ใช้ไม่ได้ตั้งแต่หัววันแล้ว เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปที่นี่เท่าไหร่
ที่ถ่ายได้นิดหน่อยเพราะใช้แบตให้ก้อนที่แทบจะไม่เหลือแบตอยู่แล้วนี่แหละค่ะ
ตรงนี้เลยค่ะที่แบบมีข้าราชบริพารยืนกันเยอะๆอลังการๆ
ตรงกลางสูงสุดเป็นทางเดินกษัตริย์ ทางข้างๆไล่ลงมาก็เดินตามยศถาบรรดาศักดิ์เรียงกันลงมา
ซึ่งเป็นตลาดสินค้าศิลปหัตถกรรมต่างๆค่ะ
ทุกคนจะได้กินไก่ คนละ 1 ตัว! (ตัวเท่านกพิราบ) พร้อมกับเส้นที่คล้ายๆขนมจีน
มีเครื่องเคียงเป็นกิมจิและหัวไชเท้า แถมด้วยเหล้าโสม
(แอบจิบดูนิดนึง รสชาติแบบโบว์รับไม่ได้ แต่คนอื่นอาจจะรับได้นะ โบว์ว่ากินโสมเปล่าๆยังจะดีกว่า - -)
ตัวไก่จะสอดไส้ด้วยข้าวและโสมเล็กๆน้อยๆ รสชาติใช้ได้ เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพจริงๆ เพราะจืดสนิท - -"
เป็นโชว์การทำอาหารโดยใช้จังหวะ (คือเอาเครื่องครัวต่างๆมาเคาะ-ตีให้เกิดเสียงดนตรีนั่นเอง)
ออกแนวกายกรรมนิดๆ มายากลหน่อยๆด้วย สอดแทรกอารมณ์ขัน+ความสนุก+ความมันส์ตลอดเวลา
นักแสดงนอกจากจะต้องขยันซ้อมมากๆแล้ว และก็แสดงได้พร้อมเพรียงมากๆแล้ว ยังร้องเพลงเพราะอีก
เก่งแล้วยังหน้าตาดีเกือบทุกคนด้วย
ที่เขียนมายืดยาวเนี่ยก็เพราะมันเอากล้องเข้าไปถ่ายไม่ได้เลยเก็บความรู้สึกมาฝากแทน
เอาเป็นว่ามันสนุกมาก ฮามาก ประทับใจมาก ไร้ที่ติจริงๆเลยย >w<


















































































#1 By ฉันไร้สาระ² on 2009-10-11 15:19