เมื่อวานได้คุยกะครูจุ๊บ (ครูเปียโน)
ตอนเค้าเลือกสาย เค้าชอบเรียนวิทย์
เค้าก็เลยเรียนสายวิทย์
แต่ปรากฎว่าคะแนนฟิสิกส์กะเคมีไม่ดีเลย ดีแต่ชีวะ
ส่วนสังคม ไทย อังกฤษกลับดี
จนรู้สึกว่าหัวเค้าไม่ได้ไปทางด้านวิทย์
เหมือนกับเราตอนนี้ไม่มีผิดเลย
แล้วพอเค้าเอนท์
ตอนนั้นกำลังจะใช้เกรดเอนท์ด้วย แต่มันไม่ทัน
เลยมีแต่คะแนนสอบล้วนๆ
เค้าเลยเข้าจุฬาฯได้
เค้าบอก ถ้าใช้เกรดด้วยก็คงไม่ได้จุฬาฯแล้ว
เค้าก็แนะนำว่า ถ้าชอบภาษาแล้ว อยากเรียนภาษาอะไรเป็นพิเศษ
เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี โปรตุเกส จีน ญี่ปุ่น
ก็เรียนไปล่วงหน้าเลยดีกว่า
อย่างนี้เราควรจะฝืนเรียนวิทย์หรอ ?
ทั้งๆที่รู้ว่าชอบและถนัดภาษาแล้ว
เราก็เลยมั่นใจว่าจะเข้าสายศิลป์
แล้วเรียนอักษรฯไปเลย
.
.
เปลี่ยนใจไปมาตั้งหลายทีละ
เดี๋ยวก็วิทย์ เดี๋ยวก็ศิลป์ เดี๋ยวก็วิทย์ เดี๋ยวก็ศิลป์ บ้ารึไง
พอคราวนี้อุตส่าห์ดีใจที่รู้จุดมุ่งหมายของตัวเองซักที
คือเรียนหรือทำงานอะไรที่เกี่ยวกับภาษาก็คงมีความสุข ไม่เบื่อแล้ว
.
พูดให้แม่ฟัง แม่ก็เห็นด้วยที่จะทำในสิ่งที่ตนถนัด
แต่พ่อ
พ่อพูดเหมือนกับว่า สายศิลป์-ภาษา นี้ ด้อยกว่าสายอื่น
พ่อเอาเราไปเปรียบเทียบกับลูกญาติๆคนอื่น
" ลูกเค้าเคยเรียนกระโปรงแดงแล้วยังไปสว.ได้เลย "
" โหย ลูกไอ้A (นามสมมุติ) เก่งกว่าลูก gu อีกหรอ wa "
" อยากเรียนง่ายๆแล้วจบไปหางานยากหรอ "
" วิศวะดีกว่าเยอะ ใครก็ต้องการ "
.
ตอนนั้นมันเทใจให้กับศิลป์ไปหมดแล้ว
พ่อพูดอย่างนี้ก็เหมือนดูถูกวิชาที่โบว์ชอบ
น้ำตามันเริ่มจะมาคลออยู่ที่เบ้าตา
เราก็รีบหันกลับไปที่ห้อง
แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมา
.
พวกภาษานี่หางานยากนักหรอไง
บริษัทตั้งเยอะแยะที่ต้องการภาษา
.
แล้วที่โบว์เข้าสว.ไม่ได้ก็เพราะตอนนั้นโบว์ไม่มีความมุ่งมั่นที่จะเข้าเลย
ตอนนั้นโบว์มันโง่ อยากอยู่ที่เดิม
.
เรียนศิลป์ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีนิ
แล้วคนเรามันเก่งไม่เหมือนกันนะ
คนเรียนศิลป์อาจจะไม่เก่งทุกคน
เพราะบางคนจะเข้าวิทย์แต่ไปไม่ไหวก็ต้องมาอยู่ศิลป์
แต่บางคนมันก็เก่งด้านนี้นิ
.
.
ตอนนั้นเครียดมาก เครียดจริงๆ
ถ้าเข้าเตรียมฯ ไม่ได้ แล้วสายศิลป์ที่ไหนจะดี
ไม่อยากเจอพวกไม่ตั้งใจเรียน กลัวเรียนไม่รู้เรื่อง
คณิตก็ไม่ถนัด(หรือว่าโง่เลย)
ฐานมันไม่แน่นตั้งแต่ ม.1 ละ
ตอนนี้เรียนก็เหมือนมันจะเข้าหัวช้ากว่าคนอื่น
ฟิสิกส์ก็ไม่รู้จะรอดมั้ย
ที่เรียนที่ GET นี้มันแยกเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ให้แล้ว
ตอนนี้ยังจำตัวย่อตัวเต็มคำต่างๆมันไม่ค่อยได้เลย
.
.
เมื่อคืนก็นอนร้องไห้ไป
เผื่อว่ามันจะปลดปล่อยความเครียดได้ทั้งหมด
เรื่องเรียน เรื่องการบ้าน เรื่องเพื่อน
ชะนีมันก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
พอเสียใจเรื่องมันหน่อย มันจะทำให้ดีใจในวันต่อมา
พอดีใจปุ๊บ มันก็จะเฉยชาเหมือนเดิมในวันต่อมา
ก็เป็นซะอย่างเงี้ยะ
เลยทำให้เราเดี๋ยวจิตดี เดี๋ยวจิตตก
จิตใจอ่อนแอ อ่อนไหว บอบบางไม่มั่นคงเอาซะเลย
เครียดอะไรหน่อยก็ร้องไห้แล้วเดี๋ยวนี้
ขี้แงเป็นบ้าเลย
แค่ทำไอที่ปิดตรงก้นมือถือที่ไว้ชาร์จหายยังร้องไห้เลย
อ่อนแอจริงๆ
.
.
ตอนนี้ตื่นมาละ หลังจากนอนไป 11 ชั่วโมง
รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย
อาจจะเพราะน้ำตาที่หลั่งไปเมื่อวาน
ยังไงเราก็ต้องเข้าใจคณิตให้ได้
พอเราเข้าใจแล้ว
เราอาจจะไม่เกลียดมันอย่างตอนนี้ก็ได้
แล้วเราก็จะเข้าเตรียมฯได้
เผลอๆเราอาจจะชอบคณิตเอาจริงๆในอนาคตก็ได้
แล้วเราก็อาจจะไปเป็นวิศวะอย่างที่พ่อบอก
ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้
แค่เข้าเตรียมฯได้ พ่อก็คงเอาไปอวดได้อย่างเมามันแล้วล่ะ
อย่างน้อยมันก็ทำให้พ่อมีความสุข
ถ้าอยู่เตรียมฯแล้วเรียนศิลป์มันก็ยังไม่ด้อยเท่าไหร่นิ
(กลับไปสู่ความคิดกลางๆระหว่างสายดังเดิม)
.
.
อื้ม
เอาเป็นว่า
ก็ตั้งใจเรียนทุกวิชาแหละน่า
ต้องเอาหนังสือตั้งแต่ ม.1-ม.3 มานั่งสรุป
โดยเฉพาะคณิต
.
.
ถึงเวลาที่ต้องมุ่งมั่นจริงๆแล้ว
ใครยังไม่เริ่มก็ช่างเค้า
แทนที่จะเอาเวลาว่างมานั่งเล่นเน็ตอย่างตอนนี้
เราจะไปสรุปแต่ละวิชา
ดังนั้นเราคงจะมาอัพบล็อกนานๆที
เล่นเน็ตนานๆที
มีงานที่ต้องใช้คอมทำแล้วค่อยมาเล่นเน็ต
คิดถึงพี่ๆเพื่อนๆในเน็ตเหมือนกัน
แต่ก็ต้องเล่นน้อยลงเพื่ออนาคตของตัวเองและความภูมิใจของพ่อแม่
.
.
คิดถึงพ่อเจน แม่มด และพี่แป้ง มากๆนะ
คิดถึงชาวเอกซ์ทีนทุกๆคนด้วย
แล้วก็คิดถึงอีกหลายคนที่รู้จักแต่ไม่ได้เอ่ยชื่อ
แล้วเจอกันในดวงรายปักษ์หน้านะจ๊ะ
.
.
สู้โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย











เพลงนี้เข้ากันเรยเนอะสู้ๆๆคร้า
#1 By ::ระเบียงอารมณ์:: on 2007-06-24 13:21